ความรัก

ตำนาน ‘จิ้งจอกเก้าหาง’ แห่งจีน…ความรักหรือความแค้น?

ก่อนหน้านี้เราพาทุกท่านไปพบตำนาน ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง
แห่งอินเดีย
บทความนี้เราจะมากันต่อเกี่ยวกับตำนานปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง
แห่งจีน ที่ปรากฏในพงศาวดารชื่อว่า “ฮ่องสิน” หรือ “ห้องสิน”
กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ซาง
เรื่องมีอยู่ว่า พระเจ้าอินโจว หรือ โจ้วหวาง
องค์ชายแห่งราชวงศ์ซาง
ต้องการหานางสนมคู่กายที่มีหน้าตาเหมือนกับ “เจ้าแม่หนี่วา”
นางฟ้าแห่งสรวงสวรรค์
กระทั่งมาถูกพระทัยกับหญิงสาวนางหนึ่งที่ชื่อ “ต๋าจี่”
ลูกสาวของเศรษฐี ที่ถูก ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง ฆ่าตายแล้วสิงร่าง
ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง ในร่างของต๋าจี่
ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นนางสนมเอก
คอยปรนนิบัติกิจกามจนทำให้พระเจ้าอินโจวไม่เป็นอันว่าราชการ
พร้อมคอยเป่าหูต่างๆ นานา
จนข้าราชบริพาลและประชาชนเดือดร้อนล้มตายกันเป็นจำนวนมา

เรื่องดังกล่าวดังกระฉ่อนไปถึงแดนสวรรค์
จึงได้มีบัญชาจากสรวงสวรรค์ให้ “เจียงจื่อหยา”
ผู้ฝึกวิชาบำเพ็ญตนบนเขาคุนหลุน ลงไปปราบ
ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง พร้อมช่วยแผ่นดินราชวงศ์ซาง
ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม การปราบ ต๋าจี่
กลายเป็นการนำมาซึ่งการต่อสู้และความขัดแย้งระหว่างมนุษ
ย์กับมนุษย์ และเทพบนสรวงสวรรค์ครั้งใหญ่ที่สุด
เพราะสงครามของฝั่งมนุษย์นำโดย เจียงจื่อหยา ที่มี “นาจา”
เป็นศิษย์เอก รวมถึงอดีตขุนนาง “จีซาง”
รวบรวมเอาขุนศึกมากมายเข้าก่อการปฏิวัติต่อ พระเจ้าอินโจว
ขณะที่สงครามของฝ่ายเทพ เนื่องจาก ต๋าจี่
มีเทพเป็นพรรคพวกมากมาย
จนสงครามในครั้งนั้นเกิดความสูญเสียไปเป็นจำนวนมาก

สุดท้ายหลังสงครามลุกลามใหญ่โต ต๋าจี่ หรือ
ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง ได้หลบหนีไปจากประเทศจีน ส่วน
พระเจ้าอินโจว ได้สูญเสียอำนาจลง
รวมถึงรู้สึกสำนึกผิดต่อการกระทำที่ผ่านมาก่อนจะทำการปลิดชีพ
ลงด้วยการเผาตัวตายที่หอคอยสอยดาว
นั่นทำให้ ราชวงศ์ซาง ถึงคราวสิ้นสุดลง
ก่อนที่จะมีการสถาปนา “ราชวงศ์โจว” หรือ “ราชวงศ์จิว”
ในราชสมัยถัดมา ยุคสมัยที่ โจวอู่หวัง รับบทพระราชาคนแรก
และการถือกำเนิดของปรัชญาเมธีหลายท่าน เช่น ขงจื๊อ, เล่าจื๊อ
หรือ ซุนวู เป็นต้น
กระนั้นว่ากันว่าสาเหตุที่ ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง
ได้ทำให้บ้านเมืองในราชสมัยราชวงศ์ซางเสื่อมลง
สืบเนื่องเกิดจากครั้งหนึ่ง พระเจ้าอินโจว เคยได้ไปล่วงเกิน
เจ้าแม่หนี่วา ด้วยการเขียนข้อความเชิงลบลู่ลามก
ในระหว่างที่ไปทำการสักการะที่วัดแห่งหนึ่ง
ทำให้ เจ้าแม่หวี่วา ส่ง ปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง
รวมไปถึงปิศาจอีกสองตนอย่าง “ไก่ฟ้าเก้าเศียร” และ
“ปิศาจพิณหยก” มาเพื่อสังหารพระเจ้าอินโจว
จนกลายเป็นสาเหตุทำให้บ้านเมืองเกิดวิปโยค
และพระเจ้าอินโจวได้กลายเป็นทรราชย์ที่ถูกกล่าวถึงในประวัติศา
สตร์ของจีน
แต่ข้อมูลนี้นักวิชาการยังไม่ยืนยันว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่
รวมไปถึงเรื่องราวของ ต๋าจี่ ด้วย…

View More ตำนาน ‘จิ้งจอกเก้าหาง’ แห่งจีน…ความรักหรือความแค้น?
ความรัก

แนะนำวิธีเก็บเงินแต่งงาน เก็บอย่างไรให้ไม่เจ็บตัว?

การเก็บเงินแต่งงาน ถือเป็นเรื่องสำคัญและต้องจัดการให้มีประสิทธิภาพ
หากสมมติว่าเราได้ตัวเลขงบจัดงานแต่งเป็นเงินทั้งหมด 300,000 บาท
โดยกะว่าต้องใช้เวลาเก็บเงินทั้งหมด 4 ปี แบ่งกันเก็บกับแฟนคนละ 150,000 บาท
ทั้งหมด 48 เดือน ตกเดือนละ 3,125 บาท
โดยอาจเก็บเงินเผื่อไว้กรณีฉุกเฉิน จะได้เป็นเงินเก็บเดือนละ 3,500 บาท
ซึ่งเงินจำนวนนี้ควรเก็บไว้ในที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ แม้ว่าได้ผลตอบแทนน้อย
แต่เงินต้นอยู่ครบ เราจะเก็บเงินที่ไหนบ้างดูได้ที่ 3 ตัวอย่างนี้กันได้เลย
1. ออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง
หลายๆ ธนาคารในปัจจุบัน มีบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงประมาณ 1.7% ต่อปี
เราสามารถเลือกฝากไว้ 1 แห่ง จากเป้าหมายเก็บเงินเดือนละ 3,500 บาท ระยะเวลา 4ปี
ดังนั้น หลังวันเงินเดือนออก เราก็ฝากเงินเข้าบัญชีนี้เดือนละ 3,500 บาท
แล้วทยอยถอนออกมาเป็นค่าใช้จ่ายงานแต่งงานต่างๆ
แต่อาจต้องเข้มงวดสักนิดในการกันไว้ไม่ให้ไปใช้จ่ายอย่างอื่น
2. ฝากประจำ ปลอดภาษี
วิธีฝากประจำจะได้ดอกเบี้ยสูงกว่า
และทำให้เราเก็บเงินอยู่ได้มากกว่าวิธีแรกเพราะไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้ เช่น
ฝากประจำ 3 ปีก็ต้องครบ 3 ปี ถึงจะได้รับเงินก้อนออกมาใช้จ่ายได้
เราควรคำนวณเวลาว่าจะต้องจ่ายเงินเกี่ยวกับงานแต่งงานช่วงไหนบ้าง
เพื่อให้สามารถวางแผนการใช้เงินได้ถูกต้อง เช่น ค่ามัดจำสถานที่ ชุดแต่งงาน ฯลฯ
เราอาจจะเลือกฝากประจำแค่ 3 ปี ส่วนปีที่ 4 ฝากเป็นออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง
3. โปรแกรมออมทอง
ทองคำก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ใช้ในพิธีแต่งงาน ไม่รู้ว่าจะซื้อตอนไหนดี
ในเมื่อเราวางแผนไว้แล้วว่าตัวเองมีเวลาเก็บเงินแต่งงานอีก 4 ปี
ก็ถือเป็นเวลาที่นานพอในการวางแผนเก็บเงิน
ซึ่งทางเลือกสะสมทองที่จะทำให้เราได้รับทองในราคากลางๆ คือ
การใช้โปรแกรมออมทอง เมื่อครบกำหนด
ก็สามารถสั่งให้บริษัทเปลี่ยนเป็นทองคำแท่งเพื่อใช้เป็นสินสอดในงานแต่งงานได้
จาก 3 วิธีข้างต้น อาจจะใช้ผสมกันได้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคน
เรากับแฟนจะแยกเก็บคนละบัญชี หรือเปิดบัญชีร่วมก็ได้
ในขณะที่บางคนบอกว่าอยากเก็บเงินแต่งงานแล้วได้ผลตอบแทนสูงๆ
ไปด้วยก็เลยไปซื้อกองทุนรวมหุ้น แต่อาจต้องระวังเรื่องผลตอบแทนให้ดีๆ
การเก็บเงินจัดงานแต่งงาน
สำคัญมากในการคุยกันให้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกว่าใครจะรับผิดชอบในส่วนไหน
ทั้งส่วนแฟนของเราและญาติๆ
โดยเริ่มจากตั้งงบประมาณก่อนว่าจะใช้เงินจัดงานประมาณเท่าไหร่ ใช้เวลาเก็บเงินกี่ปี
เพื่อวางแผนว่าควรใช้จ่ายอะไรบ้างและเริ่มเก็บเงินรายเดือน ในที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ
เพื่อให้เงินต้นปลอดภัย สุดท้ายคืออย่าสร้างหนี้จากงานแต่งงาน…

View More แนะนำวิธีเก็บเงินแต่งงาน เก็บอย่างไรให้ไม่เจ็บตัว?
ความรัก

ดอกไม้ กับความหมายของความรัก

การแสดงออกด้วยความรัก ความหวังดีให้กับใครสักคนแล้ว นอกจากคำพูด
เราอาจแสดงด้วยการกระทำต่าง ๆ
และการแสดงออกด้วยความรักอาจใช้ดอกไม้เพื่อแทนความร็สึกเหล่านั้นก็ได้
ซึ่งดอกไม้แต่ละประเภทก็ให้ความหมายที่ต่างกันไป
การเลือกดอกไม้แทนใจให้กับคนรักที่ตรงกับความหมายที่อยากสื่อจะช่วยให้
ผู้รับประทับใจ โดยที่ไม่ต้องกล่าวคำพูดใดห้ลึกซึ้งเลย

1. ดอกเบญจมาศ หรือ ดอกมัม หรือ Chrysanthemum
ดอกเบญจมาศ คือ สัญลักษณ์ ของฤดูใบไม้ร่วง
ในคติความเชื่อโบราณของจีน
ดอกเบญจมาศคือความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติทั้งยังเป็นสัญลักษณ์
ของความมีอายุยืนและความงามนิรันดร์
เป็นดอกไม้แห่งความรื่นเริงและความบริสุทธิ์ใจ ผู้ที่ชอบให้ดอกไม้นี้
แสดงว่าเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ หากอยากแสดงถึงความรื่นเริงชื่นบาน
ให้ใช้ดอกไม้นี้มอบแก่ผู้รับ
โดยดอกเบญจมาศแต่ละสีก็มีความหมายต่างกันไป เช่น
ดอกเบญจมาศสีแดงเป็นดอกไม้แห่งความรัก นิยมมอบ
เพื่อแสดงถึงความรักใคร่ชอบพอ,
ดอกเบญจมาศสีเหลือง เป็นดอกไม้แห่งความโชคดี
รักนิดหน่อย นิยมมอบดอกเบญจมาศเหลืองแก่ผู้หลักผู้ใหญ่หรือคนรู้จักกันเมื่อไปเยี่ยมเยียนหลังจากไม่ได้พบกันมานาน
หรือเพิ่งไปมาหาสู่บ้านเขาเป็นคราวแรก และดอกเบญจมาศสีขาว  ถือเป็นดอกไม้สูงศักดิ์
และทรงเกียรติ เป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ สามารถมอบดอกเบญจมาศสีขาวให้แก่ผู้ใดก็ได้
เพื่อแสดงความซื่อสัตย์ภักดี ไม่จำกัดว่าผู้รับต้องเป็นเพศตรงข้ามเท่านั้น

2. ดอกเยอบีร่า หรือ Gerbera
เยอบีร่า เป็นไม้ดอกที่ปลูกง่าย มีสีสันหลากหลายและสวยสดใส
จึงนิยมตัดดอกมาปักแจกันเพราะว่ามีอายุการปักแจกันนานสามารถอยู่ได้หลายวัน
เยอบีร่าไม่ใช่จะมีเพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น
แต่ยังมีประสิทธิภาพในการดูดสารพิษภายในอาคารได้ดีอีกด้วย
ความหมายของเยอบีร่ามีด้วยกันสองความหมายคือ ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
กับ ความเข้มแข็ง จึงแปลความมาได้ หมายถึง
จิตใจที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็งหรือ“เธอคือแสงอาทิตย์ แห่งชีวิตฉัน”

3. ดอกคาร์เนชั่น หรือ Carnation
ดอกคาร์เนชั่น เป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลอง
ซึ่งในตำนานความเป็นมาของชาวกรีกโรมันมักจะนิยมในการใช้เจ้าดอกไม้
ชนิดนี้ในการแสดงความยินดี ความรื่นเริงต่าง ๆ
ซึ่งแต่ละสีต่างก็มีความหมายต่างกันดังนี้
– ดอกคาร์เนชั่นสีแดง เป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความรัก ออกแนวอ้อนแบบน่ารักๆ
– ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู จะมีความหมายลึกซึ้ง หมายถึงความรักที่กำลังพลิบานเป็นสีชมพู
– ดอกคาร์เนชั่นสีลาย มีความหมายถึง ความเป็นเพื่อน
ถ้ามีใครให้ดอกคาร์เนชั่นสีลายนั้น ให้คุณคิดไว้เลยว่า
เขาไม่ได้สนใจคุณแนวความรัก แต่คงมีความเป็นเพื่อนให้ต่อกัน
– ดอกคาร์เนชั่นสีเหลือง เป็นสัญลักษณ์ของความดูถูกเหยียดหยาม
ความทรนง ถ้าผู้ให้ได้ให้ดอกคาร์เนชั่นสีเหลืองแก่ใครแสดงว่า
ผู้ให้นั้นรู้สึกดูหมิ่นเหยียดหยามผู้รับอย่างมาก
หรืออีกความหายหนึ่งคือ บอกถึงความรู้สึกงอน อยากให้อีกฝ่ายมาง้อ
-ดอกคาร์เนชั่นสีขาว นิยมใช้ในการแสดงความชื่นชมยินดีตามแต่วาระต่างๆ
เช่นการรับปริญญา เป็นต้น หรือสื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา อ่อนโยน
คุณคือของมีค่าที่น่าทะนุถนอม
นอกจากนี้ยังใช้ในการแสดงความขอบคุณอีกด้วย

4. ดอกคัตเตอร์ หรือ Cutter
ดอกคัตเตอร์ มักใส่เป็นดอกไม้ประดับมากกว่าจะใส่เป็นดอกเด่น
ใส่แค่ฉากหลัง โดยที่มีดอกไม้สวยช่อใหญ่ สีสันสดใส
แข่งกันชูช่ออยู่ด้านหน้า ความงามของมันคงอยู่ที่ว่า
มันเป็นดอกไม้ที่มีน้ำใจ ตัวเองไม่ได้เด่น ไม่ได้งดงาม
แต่ก็ทำให้คนอื่นดูงามขึ้นได้ ความหมายลึกๆหมายถึง แม้คุณจะไม่มองฉัน
เพราะฉันมีแต่คุณเสมอ…

View More ดอกไม้ กับความหมายของความรัก
ความรัก

ทำความรู้จักประเพณีการแต่งงานตามหลักศาสนาอิสลาม

หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับพิธีการแต่งงานแบบไทยๆ
หรือพิธีแต่งงานแบบฝรั่งตาหลักศาสนาคริสต์ แต่สำหรับศาสนาอิสลาม
อาจยังไม่คุ้นเคยมากนั้น
วันนี้นี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับการลำดับขั้นตอนการจัดงานแต่งงาน
ตามประเพณีการแต่งงานที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามกัน
ตามประเพณีการแต่งงานตามหลักศาสนาอิสลามจะมีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ 1. การสู่ขอ 2.การหมั้น และ 3. การแต่งงาน
เพราะการแต่งงานนั้นถือว่าเป็นประเพณีที่มีความสำคัญมากเนื่องจากถูกบัญญัติไว้ในหลักศาสนา
ซึ่งเป็นพิธีที่ไม่นิยมทำในช่วงพิธีฮัจญ์ รายละเอียดขั้นตอนต่างๆ มีดังนี้
1. พิธีการสู่ขอ
ในอดีต การสู่ขอของฝ่ายชายจะให้ญาติผู้ใหญ่โดยต้องเป็นหญิงล้วน
ไปสู่ขอกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิง เมื่อพ่อแม่ของฝ่ายหญิงตกลง ก็จัดการกำหนดวันหมั้น
ซึ่งในอดีตนั้น การตอบตกลงของพ่อแม่ฝ่ายหญิง จะไม่ขอความเห็นจากลูกสาว
แต่สำหรับในปัจจุบัน ผู้ที่ไปสู่ขอ คือบิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย
ซึ่งต้องไปสู่ขอกับผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงพร้อมกับนำขนมและผลไม้ไปฝากทางด้านฝ่ายหญิงด้วย
จากนั้นเมื่อไปถึงแล้วก็บอกว่า “มีธุระที่จะขอปรึกษาด้วย”
จากนั้นจึงสอบถามว่าผู้หญิงที่ต้องการไปสู่ขอ “มีคู่แล้วหรือยัง” ถ้าฝ่ายหญิงบอกว่า
“ไม่มี” ก็จะบอกว่า ต้องการสู่ขอให้กับใคร โดยฝ่ายหญิงจะไม่ตอบตกลงในตอนนั้น
และจะไม่ตอบรายละเอียด แต่จะขอเวลาปรึกษากันระหว่างญาติๆ ประมาณ 7 วัน
ในช่วงนั้นฝ่ายหญิงอาจจะส่งคนที่นับถือไปบอกฝ่ายชายในกรณีที่ตกลง
ถ้าไม่ตกลงก็จะเงียบเฉยให้เป็นที่รู้กันเอง แต่หากฝ่ายหญิงตกลง
ฝ่ายชายก็จะไปคุยกำหนดเรื่องวันแต่งงาน สินสอดทองหมั้น และมะฮัรฺ
2. พิธีการหมั้น
ในอดีตเมื่อถึงกำหนดวันหมั้น ฝ่ายชายจะจัดขบวนเถ้าแก่
พร้อมขบวนขันหมากไปยังบ้านของฝ่ายหญิง โดยที่ฤกษ์แห่ขันหมาก
จะใช้เป็นช่วงเย็นเวลาประมาณ 4-5 โมงเย็น
ส่วนประกอบของขันหมาก
ขันหมาก ประกอบไปด้วย พาน 3 พาน คือ พานหมากพลู พานข้าวเหนียวเหลือง
และพานขนม ส่วนบางรายที่มีฐานะดี อาจเพิ่มพานขนมขึ้นอีก
พานหมากพลูนั้นจะมีเงินสินสอดใส่ไว้ใต้หมากพลู เงินจำนวนนี้เรียกว่า “ลาเปะซีเฆะ”
หรือเงินรองพลู
ส่วนพานขนมนั้นจะประกอบไปด้วย ขนมก้อ (ดูปงปูตู) ข้าวพองและขนมก้อน้ำตาล
(ดูปงฮะลูวอคีแม) ซึ่งขันหมากเหล่านี้จะถูกห่อด้วยผ้าสีสวย
เมื่อฝ่ายชายไปถึง เถ้าแก่ฝ่ายชายก็จะกล่าวขึ้นว่า “วันนี้ (…ชื่อเจ้าบ่าว…)
ได้เอาของมาหมั้น (…ชื่อเจ้าสาว…) แล้ว เมื่อเถ้าแก่ของฝ่ายหญิงรับของหมั้นแล้ว
เถ้าแก่ฝ่ายชายจะถามถึงจำนวนเงินขันหมาก
จากนั้นเป็นการปรึกษาหารือถึงกำหนดวันแต่งงาน วันจัดงานและการกินเลี้ยง
โดยก่อนที่ฝ่ายชายจะกลับ ฝ่ายหญิงจะนำผ้าโสร่งชาย (กาเฮงแปลก๊ะ)
หรือผ้าดอกปล่อยชาย (กาเฮงปาเต๊ะลือป๊ะ)
อย่างใดอย่างหนึ่งใส่พานที่ใส่หมากพลูมาหมั้น
ส่วนพานข้าวเหนียวเหลืองและพานขนมก็จะได้รับจากฝ่ายหญิงกลับเช่นกัน
การหมั้นในปัจจุบัน จะมีอยู่ 2 ลักษณะคือ 1. หมั้นก่อนแต่ง ทำพิธีนิกะห์
(การแต่งที่ถูกต้องตามหลักศาสนา) หรือ 2. หมั้นหลังทำพิธีนิกะห์
ซึ่งจะเป็นผลดีและมีข้อห้ามที่ต่างกัน กล่าวคือถ้าหมั้นก่อนแต่งงาน
เจ้าบ่าวจะถูกเนื้อต้องตัวเจ้าสาวไม่ได้ ส่วนการหมั้นหลังพิธีนิกะห์แล้ว
เจ้าบ่าวสามารถถูกเนื้อต้องตัวเจ้าสาวได้เจ้าบ่าวจึงสวมของหมั้นให้กับเจ้าสาวได้
และสามารถจัดพิธีนั่งบัลลังก์ เพื่อให้ญาติทั้ง 2 ฝ่ายร่วมยินดีได้อย่างสมเกียรติ…

View More ทำความรู้จักประเพณีการแต่งงานตามหลักศาสนาอิสลาม
ความรัก

เทคนิคพิชิตใจคู่เดท

1.ความจริงใจ
การยิ้มคือการสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันโดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เพียงแค่ ยิ้มอย่างจริงใจและเป็นมิตร
เท่านี้ผู้ชายก็ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น
2.ความเฮฮา ร่าเริง
ถึงแม้ชายหนุ่มต้องการความสัมพันธ์แบบซีเรียสและจริงจังสุดๆ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาอยากได้ผู้หญิงที่แสนจะจริงจังในชีวิตเป็นคู่ของ เขานี่ แสดงความขี้เล่นออกมาบ้าง
เช่น แววตา คำพูด  หรือ มุขตลกๆก้ทำให้บรรยกาศผ่อนคลายเช่นเดียวกัน
3.ความฉลาด
ผู้ชายอาจเบื่อผู้หญิง ที่ยืดเวลาเขาออกไป หรือ ทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแถมยืดเยื้ออีกต่างหาก
เขาอยากอยู่กับคนที่มีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา มากกว่าการใช้อารมณ์ส่วนตัวตลอดเวลา
4.ติดหรูหรือไม่
ในขณะที่คุณแสดงการมีปฏิภาณไหวพริบ คุณต้องไม่พูดตรงๆให้เขารู้ ว่าคุณฉลาด
ให้แสดงออกเพียงอย่างเดียวคือสร้างสัมพันธ์อันดีกับเขา
5.เป็นธรรมชาติ
ต้องยอมรับก่อนว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยชอบผู้หญิงสวย แต่ต้องดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเสริมเติมแต่ง
แต่ไม่ใช่ว่าธรรมชาติจนหน้าโทรม ปล่อยเนื้อปล่อนตัว ต้องหมั่นดูแลตัวเองดีๆ ให้สวยทั้งภายในและภายนอกนั่งเอง
6.เป็นผู้หญิงคิดบวก
การมองโลกในแง่บวก ไม่ได้หมายถึงอะไรๆ ก็โลกสวยไปหมดแต่ต้องมองโลกตามความเป็นจริง
พยายามคิดในแง่บวกเข้าไว้ อย่าพยายามคิดติดลบ หรือมีอคติไปหมด พราะมันจะทำให้เราดูไม่น่ารัก
ใครก็ไม่อยากเข้าใกล้
7.ปราดเปรียว ฉลาด การมั่นใจในตัวเองนั้นบ่งบอกถึงความเป็นตัวของเราเอง การที่เรามั่นใจ ปราดเปรียว
และฉลาด ช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์และเท่ห์มาก
8.เก่งรอบด้าน
ถ้าคุณเป็นคนมีความสามารถ ชอบทำนู่นทำนี่ เช่นชีวิตการทำงาน ชีวิตกับเพื่อนฝูง  มีโลกส่วนตัวที่น่าสนใจ
คุณได้คะแนนเพิ่มแน่นอน
9.เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด
คุณต้องไม่ลืมที่จะเป็นตัวเองบ้าง ที่สำคัญต้องมีมุมมองในแบบของตัวเอง ต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกและสิ่งที่คุณเป็น
อย่าโกหก อย่าเป็นคนอื่น เพราะสุดท้ายถ้าคุณคบกันไป ตัวตนของคุณจริงๆ มันต้องเผยขึ้นมาสักวัน
10.มีเป้าหมายชีวิต
การที่จะมีความฝัน และ มีความทะเยอทะยานในการทำอะไรเพื่อตัวเอง
คุณจะดึงดูผู้ชายคนนั้นได้มากเพราะทำให้รู้ว่าคุณมีเป้าหมายให้กับชีวิตของตัวเอง หนุ่มๆเอง
ก็คงอยากได้ผู้หญิงที่มีเป้าหมายในชีวิตคู่กับเขาเช่นกัน…

View More เทคนิคพิชิตใจคู่เดท
ความรัก

สาเหตุที่ทำให้คู่รักมักจะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องจนนำไปสู่การทะเลาะ

เชื่อว่าคู่รักหลายคู่คงเจอกับปัญหาคุยกันไม่รู้เรื่อง
หนักเข้าก็นำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง เป็นเรื่องใหญ่โตทั้งที่จริงๆ
แล้วไม่ได้มีอะไรเลย ว่าแต่ทำไมมันถึงได้เป็นเช่นนั้นล่ะ?
สาเหตุหลักเลยที่ทำให้คู่รักคุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง
นั่นเป็นเพราะความแตกต่างกันในแต่ละเพศนั่นเอง
เป็นความแตกต่างในด้านอารมณ์, ความรู้สึก และการคิดในเรื่องต่างๆ
ซึ่งความแตกต่างนี้แหละที่จะก่อให้เกิดปัญหาจากเรื่องเล็กๆ
จนบานปลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
ลองนึกดูเอาก็ได้ว่าผู้หญิงสักคนอาจไปตัดผมมา
เป็นการตัดผมแบบแต่งเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองดูดีมากขึ้น
โดยหวังว่าจะให้คู่รักสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง
แต่เชื่อเถอะว่าผู้ชายส่วนใหญ่นั้นไม่ทราบหรอกว่าแฟนของเขาไปเข้าร้านตัดผมมา
นั่นเพราะมันเป็นแค่รายละเอียดปลีกย่อย
เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ได้มีสาระอะไรให้ต้องใส่ใจมากนักในความคิดผู้ชาย
ขณะที่ในมุมมองของผู้หญิงแล้ว มันคือความไม่ใส่ใจในรายละเอียดของผู้ชาย
ทั้งที่มันเป็นความเปลี่ยนแปลงในตัวคนรักของเขาแท้ๆ
เริ่มแรกก็คงไม่ได้ถึงกับไม่พอใจอะไรมาก แต่ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้นานๆ
เข้าก็จะเกิดอาการงอนหรือน้อยใจ จนในที่สุดก็นำไปสู่การทะเลาะกันจนได้
ความรู้สึกนึกคิดของผู้ชายและผู้หญิงก็แตกต่างกันออกไป
ทางฝั่งผู้ชายนั้นมักจะชอบเมื่อได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง
ยิ่งประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้นเท่าไหร่
ก็จะยิ่งมีความภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
ตรงนี้อาจจะทำให้ผู้หญิงไม่เข้าใจว่าทำไมแฟนของพวกเธอถึงได้บ้าทำงานหนักกันนัก
บางครั้งอาจจะไม่ค่อยมีเวลาให้ ไม่ไปเที่ยวไหนต่อไหนด้วยกันเหมือนเดิม
นี่แหละคือปัญหาที่จะทำให้คู่รักทะเลาะกันได้
ทางที่ดีคือควรหาจุดร่วมที่ลงตัวด้วยกัน
ต่างฝ่ายต่างยอมรับในความแตกต่างกันได้มากน้อยแค่ไหน
พยายามหาจุดที่ทุกอย่างสามารถมาพบกันได้อย่างสมดุล
การทะเลาะกันจะน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด
หรือถ้าหากว่าโชคดีก็อาจจะไม่ทะเลาะกันอีกเลยก็เป็นได้
เชื่อเถอะว่าไม่มีคู่รักคู่ไหนอยากจะทะเลาะหรือดราม่ากันตลอดเวลาหรอก
แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้แหละที่จะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาและเธอคุยกันไม่รู้เรื่อง
เป็นสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เข้าใจ และไม่พยายามที่จะทำความเข้าใจกับมันด้วย
ต้องยอมรับให้ได้ว่ามันคือความแตกต่างทางธรรมชาติ
เป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังอยู่ในความเป็นผู้ชายผู้หญิงมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว สิ่งต่างๆ
เหล่านี้คู่รักสักคู่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจ ยอมรับซึ่งกันและกันให้ได้
ความสัมพันธ์ก็จะราบรื่นต่อไปด้วยดี…

View More สาเหตุที่ทำให้คู่รักมักจะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องจนนำไปสู่การทะเลาะ
ความรัก

รวมไอเดียจัดอาหารในงานแต่ง แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร

ในงานแต่งทุกงาน
อาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญหนี่งที่สำคัญที่สามารถสร้างความประทับใจให้แขกที่มาร่วมงานได้
ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ผู้จัดงานต้องใช้เวลาในการคิดให้ถี่ถ้วน เนื่องจากอาหาร
และเครื่องดื่มเรียกได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายหลักสำหรับงานแต่งงานเลยก็ว่าได้
อีกทั้งยังมีแนวทางการจัดอีกหลายประเภท
วันนี้เราได้รวบรวมไอเดียให้คุณได้ลองตัดสินใจกันดู
โต๊ะจีน
ถือเป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ไม่ว่าจะจัดในสถานที่แบบไหน ทั้งโรงแรม
ร้านอาหาร หรืออาคารต่างๆ โดยการจัดโต๊ะรวมให้แขกมานั่งเป็นวง
แล้วจัดเสิร์ฟอาหารเป็นชุดๆ ถือเป็นวิธีที่สะดวกและเป็นที่นิยม
โดยไม่ต้องกังวลว่าอาหารจะไม่ทั่วถึง
Food Truck
เป็นอีกหนึ่งไอเดียเก๋ๆ เหมาะกับงานแต่งงานที่จัดด้านนอกอาคาร (เอาท์ดอร์)
ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนสไตล์ให้กลายเป็นค็อกเทลบาร์สำหรับงาน After Party
ให้แขกทุกท่านได้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้
Candy Bar Corner
เป็นอีกไอเดียสร้างสรรค์งานแต่งงานให้น่าจดจำ ด้วยบรรยากาศ
และรสชาติหอมหวานของขนมหลากหลายชนิด เช่น ช็อคโกแลตบาร์ ลูกกวาด
ถั่วเคลือบช็อคโกแลต และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะของหวาน ขนมขบเคี้ยว
ถือเป็นของโปรดสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย
มั่นใจว่าไอเดียนี้จะไม่ซ้ำกับงานแต่งที่ไหนแน่ๆ
Ice Pop in Alcohol Flavors
สำหรับงานแต่งงานที่มีเพื่อนมาร่วมงานเยอะ อยากได้ความสนุกสุดเหวี่ยง
ไอเดียนี้ถือว่าทำได้ง่ายมากๆ
โดยการนำเครื่องดื่มแอลกลอฮอล์มาประยุกต์ในรูปแบบของไอศรีมแท่ง
ผสมผสานไปกับผลไม้นานาชนิด อาจจะเป็นผลไม้ตามฤดูกาล หรือผลไม้เขตร้อน
เพื่อให้ได้รสชาติที่หลากหลายก็ล้วนน่าลองไม่แพ้กัน
Vegetarian Food
สำหรับคู่แต่งงานที่รักสุขภาพ หรืออยากทำให้งานแต่งงานของตัวเองเป็นที่น่าจดจำ
และมีความแปลกแหวกแนวไปกว่าคู่อื่นๆ ไอเดียนี้ถือว่าน่าลองไม่แพ้กัน
โดยการนำอาหารมังสวิรัติเข้ามามีบทบาทสำคัญในงานแต่งงาน
นอกจากจะได้ทำบุญโดยละเว้นเนื้อสัตว์แล้ว ยังอร่อย และดีต่อสุขภาพมากๆ อีกด้วย
Make It Interactive
ไอเดียสนุกๆ โดยการจัดมุมสำหรับอาหารและขนม DIY ที่ไม่ว่าใครก็ลงมือทำเองได้
อยากจะกินอะไร แบบไหน รสชาติยังไงก็ผสมกันเอาเองตามใจชอบ เช่น มุมน้ำแข็งใส
จะมีถ้วย น้ำแข็งป่น เยลลี่ ผลไม้เชื่อม โมจิโต้ และค็อกเทลรสต่างๆให้เลือก
Drink Up
มุมเครื่องดื่ม ถือเป็นส่วนที่น่าจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่คู่บ่าวสาวลงมือผสมกันเอง
หรือว่าจะเป็นเครื่องดื่มอย่างอื่นทีที่นอกเหนือจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ชา กาแฟ
นมและเครื่องดื่มอุ่นๆ เสิร์ฟพร้อมคุกกี้ ก็ดูน่าอร่อยและเป็นกันเองไม่แพ้กัน…

View More รวมไอเดียจัดอาหารในงานแต่ง แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร
ความรัก

เตือนชายหนุ่มต้องดูแลตัวเองก่อนจะสาย

คนเราเมื่อแต่งงานแล้ว ก็มักจะคิดว่าชีวิตนี้ไม่ต้องออกไปเจอใคร หรือไม่ต้องทำตัวทำหน้าดีๆเพื่อให้ใครมามองอีกต่อไป
โดยลืมความสำคัญของคนข้างๆ เราเลยมักจะเห็นคนที่ปล่อยเนื้อ ปล่อยตัว
บางคนเปลี่ยนแปลงจากชายหนุ่มรูปงามกลายเป็นชายกลางคนที่ไม่มีอะไรน่าดูเลย ภายในเวลาไม่นาน เพราะไม่ดูแลตัวเอง
อย่ากระนั้นเลย คงไม่มีใครอยากเดินกับคนที่โทรมๆ ดูไม่ดี ไม่รักษาสุภาพ ไม่เอาใจใส่การแต่งตัวของตัวเองหรอก
เพราะฉะนั้นคุณจะต้องดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดี และนี่คือเคล็ดลับง่ายๆ
ความเป็นชายล้วนมีอยู่ในตัวทุกคนเต็มร้อย แต่สภาพแวดล้อมต่างๆ ในปัจจุบันทำให้ความฟิตของร่างกายถดถอย
เคยลองสังเกตตัวเองดูไหมว่าเริ่มมีอาการเหล่านี้หรือยัง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียบ่อยๆ ไม่สดชื่น ไม่กระปรี้กระเปร่า
ไหนจะงานหนักขึ้น ไหนจะปาร์ตี้หนัก ไหนจะเครียดเรื่องนู้นเรื่องนี้มากมาย ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แถมยิ่งอายุมากขึ้นเรื่อยๆ
ร่างกายก็เริ่มเสื่อมถอย ความเครียดส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนในร่างกายหลายส่วนรวมถึงฮอร์โมนเพศให้ทำงานผิดปกติ
ยิ่งเครียดก็ยิ่งพัง เพราะฉะนั้น หาอะไรทำที่มันให้ความบันเทิงกับชีวิตบ้าง จะดูหนัง ฟังเพลง ออกไปเที่ยว
ให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้าง จัด Balance ชีวิตระหว่างการพักผ่อนกับการทำงานให้ลงตัวก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งแล้ว
ยิ่งวัยทำงาน ยิ่งแทบจะไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทำงานหนักเลิกงานมาก็เหนื่อยอยากพักผ่อน
แต่นี่แหละยิ่งทำให้ร่างกายเสื่อมลงเรื่อยๆ ลองจัดสรรเวลาดีๆ หาเวลาออกกำลังบ้าง เล่นกีฬาบ้าง สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็ยังดี
แต่หากเป็นคนที่เหนื่อยง่าย ร่างกายไม่ฟิต ขยับนิดหน่อยก็เหนื่อย ต้องบำรุงตัวเองด้วยอาหารเสริม วิตามิน
ที่ช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือด เพิ่มการใช้ออกซิเจนในร่างกาย ก็ช่วยให้คุณออกกำลังกายได้นานขึ้น เหนื่อยน้อยลง
หายเหนื่อยเร็วยิ่งขึ้น พูดถึงอาหารการกิน นอกจากผักผลไม้แล้ว ก็ยังมีสมุนไพร หรือสารสกัดจากธรรมชาติหลากหลายชนิด
ที่ช่วยคืนความฟิตให้ร่างกายได้อย่าง โสมเกาหลี ถั่งเช่า ที่มีสรรพคุณช่วยให้การไหลเวียนของหลอดเลือดในร่างกายดีขึ้น
ต้านความเหนื่อยล้า เพิ่มความทนทานของร่างกาย ให้กลับมาฟิตอีกครั้ง
หลายคนอาจจะมองว่าก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ก็ยังไม่ได้เสื่อม ยังใช้งานได้อยู่ ถ้าคุณเริ่มคิดแบบนี้
คุณก็เป็นได้แค่เพียงผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น อยู่รอวันให้ร่างกายถดถอยเสื่อมสภาพลงไปทุกวันๆ
ยุคนี้เป็นผู้ชายธรรมดามันไม่พอ ถ้าไม่อยากกลายเป็นผู้ชายธรรมดา ก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองใหม่
อย่ารอให้ใครมาหยามในวันที่ร่างกายเสื่อมถอย ปลุกตัวเองให้เป็นคนใหม่กลับมาฟิตกลับมามีชีวิตชีวา
คืนความหนุ่มให้ตัวเองอีกครั้ง…

View More เตือนชายหนุ่มต้องดูแลตัวเองก่อนจะสาย
ความรัก

5 นิสัยของผู้หญิงที่หนุ่มๆไม่ชอบ

การที่จะตกลงคบกันหรือแฟนกัน
แน่นอนย่อมต้องการมีการปรับตัวปรับนิสัยให้เข้ากับอีกฝ่าย
เพื่อที่จะสามารถใช้ชีวิตคู่ได้อย่างมีความสุขที่สุด
ซึ่งมนุษย์ทุกคนย่อมอยากดีคู่ที่ดีมาใช้ชีวิตร่วมกันอยู่แล้ว
แต่ทว่าความชอบส่วนตัวของแต่ล่ะคนนั้นไม่เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบุคลิคหน้าตาความหล่อความสวยงามต่างๆ
รวมไปถึงนิสัยด้วย ซึ่งถือว่าเรื่องสำคัญ โดยวันนี้เรามี 5
นิสัยของผู้หญิงที่หนุ่มๆ ไม่ปราบปลื้มสักเท่าไหร่
1.ผู้หญิงขี้หึง
ความขี้หึง เป็นความรู้สึกที่อยู่ในตัวผู้หญิงทุกคนคงไม่ผิดนัก
ซึ่งถ้าหึงแบบเล็กๆ น้อยๆ ก็ดูน่ารักในสายตาผู้ชายอยู่หรอก
แต่ถ้าเอะอะๆ ก็หึง ชนิดที่มีเพื่อนผู้หญิงไม่ได้เลย
คอยจับผิดทุกอย่างหรือตามจิก ตามส่องเฟซฯ
แอบอ่านไลน์ตลอดเลยเนี่ย ก็ทำให้ผู้ชายร้องยี้เหมือนกันนะ
ซึ่งผู้หญิงประเภทนี้ยังมีอารมณ์ฉุนเฉียวตลอดเวลาอีกต่างหาก
ผู้ชายเลยเลือกที่จะเลิกกับผู้หญิงประเภทนี้ซะดีกว่า
ไม่งั้นคงต้องขาดใจตายแน่ๆ
2.ผู้หญิงที่ตามติดตลอดเวลา
ผู้หญิงประเภทนี้จะเป็นคนที่ทำตัวติดกับแฟนตลอดเวลา แรกๆ
ผู้ชายอาจจะรู้สึกโชคดีที่มีแฟนแบบนี้ที่ทั้งรักทั้งหลง
แต่พอนานเข้าก็จะกลายเป็นความน่ารำคาญ
และยังทำให้เขาอึดอัดที่ไม่มีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเองเลย
ในฐานะที่เราก็เป็นผู้หญิง ขอแนะนำเลยว่า
คุณควรต้องทิ้งระยะห่างให้กันบ้าง
ปล่อยให้แต่ละฝ่ายไปทำกิจกรรมที่ชอบบ้าง
3.ผู้หญิงขี้บ่น

ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบผู้หญิงขี้บ่น ทำตัวเป็นแม่
คอยจู้จี้จุกจิกหรอก
เพราะเธอมักจะมีปัญหากับสิ่งที่คุณผู้ชายทำไปซะทุกเรื่อง
เรียกได้ว่าใครจะอยู่กับผู้หญิงแบบนี้ได้ต้องเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว
ไม่งั้นโดนคุณนายบ่นจนหูแฉะแน่นอน
และถ้าฝ่ายชายเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว
คงได้เกิดสงครามขึ้นกลางบ้านแน่นอน
ผู้ชายจึงเลือกเซย์กู้ดบายเพื่อความสบายใจ และสบายหู
4.ผู้หญิงจอมบงการ
ผู้หญิงประเภทนี้คือคนที่ถูกผู้ชายเทมากที่สุด
นั่นเป็นเพราะทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจ
ถึงแม้เธอจะบอกว่าทำไปเพราะรัก
แต่เมื่อคบกันไปก็จะเริ่มขอให้เขาเปลี่ยนทีละเล็กละน้อย
ตั้งแต่การแต่งตัว จากนั้นก็เป็นเพลงที่เขาชอบ
จนสูญเสียความเป็นตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน
ก็มีชายบางคนที่รักผู้หญิงคนนี้เพราะความไม่มั่นใจในตัวเองเหมือนกัน
ผู้หญิงหลายใจ
ใครจะอยากได้ผู้หญิงนิสัยแบบนี้มาเป็นแฟนล่ะจรงมั้ย
ถ้าได้คบกันคงต้องมานั่งหวาดระแวงกันแน่นอน
ว่าพวกเธอจะนอกใจหรือเปล่า
ทำให้ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตคู่กันพอดี
ทำอะไรก็ต้องมาคอยระวังตลอด…

View More 5 นิสัยของผู้หญิงที่หนุ่มๆไม่ชอบ
ความรัก

ศกุนตลา กับความรักที่เกือบพินาศเพราะคำสาป

ศกุนตลา คือหนึ่งในเรื่องราวเล็กๆ ที่แทรกอยู่ในมหาภารตะ ซึ่งต่อมากลายเป็นวรรณกรรมคลาสสิคที่ทรงคุณค่าของโลก
ด้วยความงดงามของภาษา และเนื้อเรื่องที่สะเทือนใจ โดยมีเรื่องราวที่เราจะนำท่านผู้อ่านไปทัศนากันในบทความนี้
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวครั้งนี้เกิดจาก ฤาษีวิศวามิตร ซึ่งเป็นอดีตกษัตริย์ที่สละราชบัลลังก์เพื่อแสวงหาหนทางที่สูงกว่า
เขาได้บำเพ็ญตบะจนมีฤทธิ์แกร่งกล้า จนพระอินทร์รู้สึกไม่สบายใจด้วยเกรงว่าจะมีฤทธิ์เหนือกว่าตน
จึงวางแผนทำลายตบะของวิศวามิตร แผนการนั้นคือการส่งนางอัปสรนามว่า เมนกา
ลงไปใช้มารยาหญิงยั่วยวนให้ตบะแตก โดยตอนแรก วิศวามิตร ก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่เวลาผ่านไปก็เริ่มหลงเสน่ห์ไปทีละน้อยๆ
สุดท้าย วิศวามิตร ก็ตบะแตก และได้ เมนกา เป็นภรรยาในที่สุด เวลาล่วงเลยผ่านไป เมนกา ได้ให้กำเนิดเด็กหญิงตัวน้อย
แต่ วิศวามิตร ซึ่งสำนึกว่าตนผิดพลาดครั้งใหญ่ ได้ขอแยกทางกับ เมนกา และออกไปบำเพ็ญเพียรยังที่ห่างไกล ทำให้ เมนกา
ต้องตัดใจทิ้งลูกของตัวเองไว้กลางป่า เพื่อเดินทางกลับสวรรค์
วันหนึ่ง ฤาษีกัณวะ เดินทางผ่านมา แล้วได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องไห้ จึงเดินตามเสียงและได้พบกับเด็กหญิงตัวน้อย
ด้วยความสงสารจึงตั้งใจจะเลี้ยงเด็กคนนี้ ซึ่ง ฤาษีกัณวะ ได้ตั้งชื่อว่า ศกุนตลา
เวลาผ่านไป ศกุนตลา เติบโตเป็นสาวแรกรุ่นที่มีความงดงาม และไปหลงรักกับ ท้าวทุษยันต์ กษัตริย์แห่งหัสตินาปุระ
จนตกลงปลงใจเป็นสามีภรรยา พร้อมทั้งเสพสมรสรักอันแสนหอมหวานและสุขสมในร่มไม้ภายใต้ แสงจันทร์
แต่แล้วทั้งคู่ก็มีอันต้องจากกัน จนในที่สุด ศกุนตลา ก็ล้มป่วยลงด้วยพิษไข้ใจ จนทำให้ ฤาษีกัณวะ เกิดความโมโห
พร้อมสาปให้ ท้าวทุษยันต์ ไม่สามารถจดจำเรื่องราวเกี่ยวกับ ศกุนตลา ได้ จนกว่าจะได้เห็นแหวนที่มอบเอาไว้
เวลาผ่านไป ศกุนตลา ได้ตั้งครรภ์อ่อน ทำให้ ฤาษีกัณวะ บอกให้ ศกุนตลา เดินทางไปยังหัสตินาปุระ เพื่อไปหา
ท้าวทุษยันต์ พร้อมกำชับว่าให้รักษาแหวนของ ท้าวทุษยันต์ ให้จงดี เพราะเป้นเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้ผู้เป็นสามีจดจำได้
อย่างไรก็ตาม ระหว่างทาง ศกุนตลา ได้ทำแหวนผลัดตกน้ำโดยไม่รู้ตัว เมื่อไปถึงหัสตินาปุระ ทำให้
ท้าวทุษยันต์ จำนางไม่ได้ พร้อมกล่าวหาว่าเป็นหญิงแพศยา เที่ยวโกหกพกลมว่าเป็นเมียของกษัตริย์ ทั้งที่ตัวเองเป็นพราหมณ์
และขับไล่ให้ออกไปจากท้องพระโรง ความผิดหวังดังกล่าว ทำให้ เมนกา ผู้เป็นมารดาของ
ศกุนตลา รู้สึกสงสารที่ลูกสาวของตนต้องเจ็บปวดจากความรัก จึงลงมารับตัวลูกสาวไปส่งที่อาศรมฤาษีกัณวะ
และช่วยดูแลลูกสาวของตนเป็นอย่างดี พร้อมตั้งชื่อให้กับหลานชายของตนว่า ภรต แต่แล้ววันหนึ่ง ชาวประมงได้พบแหวนของ ท้าวทุษยันต์
จึงขอเข้าเฝ้า และถวายแหวนคืนแก่เจ้าของ ทันทีที่ ท้าวทุษยันต์ได้รับแหวน ความทรงจำเกี่ยวกับ ศกุนตลา ก็กลับมาดังเดิมพร้อม
จึงบังเกิดความเสียใจเป็นอย่างมากที่ได้ทำร้ายจิตใจของ ศกุนตลา เมื่อเป็นเช่นนั้น ท้าวทุษยันต์
จึงรีบสั่งให้จัดกระบวนใหญ่ไปหา ศกุนตลา โดยทันที เมื่อไปถึงอาศรม ท้าวทุษยันต์ ได้กล่าวขอโทษต่อ ศกุนตลา
และขอให้ยกโทษกับความผิดของตน ด้วยความรักที่มีอยู่ ศกุนตลา ก็ยกโทษให้ และทั้งคู่ก็ได้กลับไปยังหัสตินาปุระ
พร้อมครองรักอย่างมีความสุข ด้านเจ้าชายตัวน้อยผู้มีนามว่าม ภรต เมื่อเติบใหญ่ได้ปกครองนครหัสตินาปุระ แทนผู้เป็นบิดา
และได้รับการยกย่องว่าเป็นจอมจักรพรรดิผู้เกรียงไกรมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อินเดียโบราณ
และนามของเขาได้กลายเป็นคำเรียกขานดินแดนและชาวอินเดียว่า ภารตะ นับแต่นั้นเป็นต้นมา…

View More ศกุนตลา กับความรักที่เกือบพินาศเพราะคำสาป